UDD ไอบ้าแมน 的个人资料Adirach's Space照片日志列表更多 工具 帮助

日志


2009/3/7

อนาคตการบินของไทย .. หรือจะงงชีวิตกันต่อไป?

สวัสดีครับ

วันนี้จะมาในแนวดุเดือดหน่อยนะครับผม

ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมเศร้าใจกับประเทศนี้หลังจากกลับมาจากงานสิงคโปร์แอร์โชว์

อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมรักเมืองไทยจะตาย ........... แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ รักมากก็โกรธมาก

ใน อีกไม่กี่ปีข้างหน้า สิงคโปร์จะไม่เป็นเพียงศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคเท่านั้น แต่สิงคโปร์กำลังจะเป็นศูนย์กลางทางการเดินทางท่องเที่ยวอากาศในภูมิภาค

โอ้โห ...... ในขณะที่เมืองไทยยังเถียงกันไม่จบเรื่องจะเอายังไงกับดอนเมือง สิงคโปร์กำลังจะสร้าง "ท่าอวกาศยาน" แล้วครับ

อีก เรื่องหนึ่ง ตอนเครื่องบินที่ผมนั่งร่อนลงที่สนามบินชางอี ผมได้มีโอกาสชม Terminal 3 ใหม่เอี่ยมล่าสุดของสนามบินชางอี ซึ่งจะทำให้สนามบินนี้รองรับผู้โดยสารได้เกือบ 80 ล้านคนต่อปี

โอ้โห ....... ในขณะที่เมืองไทยยังเถียงกันว่ารันเวย์ร้าวหรือไม่ หรือสุวรรณภูมิเฟส 2 จะสร้างหรือไม่ สิงคโปร์ยึดตำแหน่งศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคไปเรียบร้อยแล้วครับ

นี่ยังไม่นับการเป็นฮับทางด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานนะครับ สิงคโปร์ครองส่วนแบ่งในตลาดด้านนี้ถึง 25% ของภูมิภาค

กลับมาถามตัวเองได้หรือยังครับว่า "เราทำอะไรกันอยู่?"

...
...
...

อ๋อ ผมตอบได้แล้วครับ "เรามัวแต่กัดกัน"

ขออนุญาตใช้คำว่ากัดกันครับ เพราะการทะเลาะกันก็ยังมีประโยชน์ถ้าทะเลาะให้ถูกวิธี แต่นี่มัน .......

ผมพูดได้เลยว่า นโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการบินของชาติ "ล้มเหลว ไร้ทิศทาง ไม่มีวิสัยทัศน์ และล้าหลังคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง"

คิดดูสิครับ เรายังเอาแน่เอานอนกับดอนเมืองไม่ได้เลย ตอนแรกบอกจะปิดแล้วทำเป็นศูนย์ซ่อม ตอนหลังบอกจะเปิดให้ Low Cost มาลง ตอนหลังจะเปิดเป็นสนาบินในประเทศ ล่าสุดอยากจะเป็นสนามบินนานาชาติ

ตลกครับ ......... ตลกจริง ๆ ในเวลาเพียง 3 - 4 ปี เราเปลี่ยนยุทธศาสตร์กันไม่รู้กี่ครั้ง ฝรั่งงงกันหมด ไม่รู้ว่ารัฐบาลไทยจะเอาอย่างไรกันแน่

แล้วใครที่ไหนจะเอาเครื่องบินมาลงครับ? นี่ยังดีที่เมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวนะครับ คนจึงยังใช้บริการมาก

แต่ไทยไม่ใช่ศูนย์กลางทางการบินครับ ลองดูจากปริมาณการเปลี่ยนเที่ยวบินและการขนส่งสินค้าเมื่อเทียบกับสิงคโปร์สิครับ เราตามหลังหลายช่วงตัว

...
...
...

ทำไมสิงคโปร์ถึงทำได้?

คำตอบง่ายมากครับ "ชาวสิงคโปร์พร้อมใจกันทำเพื่อชาติในทิศทางเดียวกัน"

ยุทธศาสตร์ถูกวางล่วงหน้าเป็นสิบปี ทุกอย่างมีการเตรียมแผนการอย่างรัดกุม รัฐบาลให้การสนับสนุนเต็มที่ ที่สำคัญคือนโยบายนิ่งสนิท

ชางอีเป็นหนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุดในโลก ผมเห็นตู้โชว์รางวัล "บางส่วน" ที่เขานำมาโชว์แล้ว แต่ละรางวัล เป็นรางวัลยอดเยี่ยมที่สุดของโลกจากสถาบันที่น่าเชื่อถือทั้งสิ้น ซึ่งจากประสบการณ์ของผมที่เคยใช้ชางอีมา ผมก็ไม่แปลกใจ

ในอีกส่วนหนึ่งของสนามบินชางอีเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานครบวงจร ไล่ตั้งแต่การผลิต การพัฒนา การซ่อมบำรุง การปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพ สิงคโปร์กำลังมีนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานในอีกสนามบินหนึ่งซึ่งจะเป็นอุตสาหกรรมไฮเทคที่บริษัทด้านการบินชั้นนำจากทุกสายงานมาลงทุน

บริษัทท้องถิ่นของสิงคโปร์มีการพัฒนาและวิจัยอยู่ตลอดเวลา มีลูกค้าอยู่ทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ล้วนแต่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

อย่าแปลกใจ ถ้าสิงคโปร์จะเป็นผู้นำทางการบินของโลก
...
...
...

กลับมาที่พี่ไทยครับ

เปิดสุวรรณภูมิมาปุ๊บ มีปัญหามากมายหลายประการ ซึ่งอันที่จริงเป็นเรื่องปกติของการเปิดสนามบินใหม่ (ดูการเปิด Terminal 5 ของสนามบินฮีตโทรว์เป็นตัวอย่างครับ)

แทนที่ผู้รับผิดชอบจะตั้งใจแก้ปัญหา กลับตั้งใจแก้แค้น ล้างบางฝ่ายตรงข้าม ถึงขั้นบอกว่าจะต้องปิดสุวรรณภูมิ 1 ปี!!!!

นี่ไงครับที่ผมบอกว่าผู้รับผิดชอบไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ รวมถึงไม่เป็นมืออาชีพและไร้ความสามารถ

ยุทธศาสตร์ ที่เคยวางมาเปลี่ยนไปหมด การลงทุนในสุวรรณภูมิหยุดชะงัก แต่กลับดันทุรังไปเปิดดอนเมืองใหม่อีกครั้ง เพียงแค่เหตุผลว่าไม่ต้องการให้บริษัทขาดทุน

อ๋อ เดี๋ยวนี้เขาห่วงผู้ถือหุ้นมากกว่าประเทศชาติแล้วแฮะ ปัดโธ่

ทำไมผมถึงพูดมาเสมอว่าการเปิดดอนเมืองคือการตัดสินใจที่ผิดพลาด?

มันเป็นประเด็นด้านด้านการขนส่งล้วน ๆ ครับ

ใช่แล้วครับ มีสองสามสนามบิน ที่ไหน ๆ ก็มีกัน ญี่ปุ่นมี คันไซ-นาริตะ, เบอร์ลินมี 3 สนามบิน เบอร์ลินเชอร์โฮฟิล-เทงเกล-เทมเฟิลฮอฟ (สองอันหลังกำลังจะปิด) , ลอนดอนยิ่งไม่ต้องพูดถึงครับ มี 5 สนามบิน ฮีตโทรว์-แก๊ตวิช-สแตนเซ็ต-ซิตี้-ลูตัน ในยุโรปแทบทุกเมือง มีหลายสนามบินทั้งนั้น โรม, ปารีส ฯลฯ มีใช้ทั้ง international airport กับ continental airport ซึ่งรองรับสายการบินในยุโรปด้วยกัน

ไม่ใช่ประเด็นด้านการจัดการด้วยครับ เขาจัดการกันได้ แล้วความจริงเมืองไทยก็จัดการกันได้ไม่มีปัญหาแน่นอน

ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ

ใน ลอนดอน มี 5 สนามบิน แต่เขามีฮัตโทรว์ เอ๊กเพรส, แก๊ตวิช เอ๊กเพรส อะไรก็แล้วแต่ ถึงแม้มันจะไม่ได้เชื่อมสองสนามบินเข้าด้วยกัน แต่มันก็ยิงตรงเข้าฮับกลางเมือง ผู้โดยสารก็โดดขึ้นอีกสายต่อไปได้เลย

แล้วเมืองไทยล่ะครับ ตอนนี้ มีแต่ ขสมก. เอ๊กเพรส ......... ผู้โดยสารที่จะต้องมาต่อเครื่องที่ดอนเมืองต้องนั่งรถฝ่าการจราจรอันติดขัด (ที่เพื่อนชาวญี่ปุ่นของผมบอกว่าติดกว่าโตเกียวอีก) เสียเวลามากมาย กว่าจะไปถึงดอนเมือง ซึ่งระบบการเชื่อมต่อระหว่างสนามบินที่มีประสิทธิภาพคือระบบราง แต่ระบบรางตอนนี้มีเพียงแอร์พอร์ตลิงค์ที่มาถึงมักกะสันกับเชื่อมต่อกับ BTS เท่านั้น ยังไม่มีแววว่าจะมาถึงดอนเมือง จะให้ผู้โดยสารลงจากแอร์พอร์ตลิงค์มาต่อรถไฟฟ้าสีแดงก็ไม่ถูกต้อง เพราะความรวดเร็วและสะดวกสบายจะหายไป ผู้โดยสารต้องหอบกระเป๋าใบโต ๆ ลงจากแอร์พอร์ตลิงค์เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าสายสีแดงร่วมกับคนที่ไป-กลับบ้าน ไม่สะดวกอย่างสิ้นเชิง

มันยิ่งไปกันใหญ่เมื่อมีการเสนอให้ดอนเมืองรับเที่ยวบินจากต่างประเทศอีกครั้ง คราวนี้งงสนิทเลยล่ะครับ

...
...
...

มันอะไรกันหนักหนา? ผมถามจริง ๆ ครับว่ามันอะไรกันหนักหนา?

เลิกพูดเถอะครับว่าประเทศไทยได้เปรียบทางภูมิประเทศ ค่าใช้จ่ายในการลงจอดถูก ฯลฯ

ความได้เปรียบพวกนี้ สิงคโปร์ไม่ยักกะมี แต่ทำไมเขาทำได้?

ก็ เพราะเขาไม่ได้ขยันหาจุดเด่นมาสปอยตัวเองแล้วไม่คิดจะทำอะไร แต่เขาหาจุดที่เขาคิดว่าเขาสามารถนำมาทำให้เกิดประโยชน์ได้ และทำจริงจัง

แต่บ้านเรา เอาแต่พูด ๆ ๆ ๆ ๆ นอกจากนั้นก็เอาแต่ทะเลาะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ หรือไม่ก็เปลี่ยนนโยบายทุก 3 เดือน

โอ่ย จะเป็นลม .........

อ้อ อีกอย่างนะครับ กรุณาอย่าพูดว่า "แหมคุณ skyman พล่ามมาขนาดนี้ ทำไมไม่ไปเป็นรมต.คมนาคมซะเองเลยล่ะ?"

ขอบอกว่า "ไม่จำเป็น" และ "ไม่ใช่หน้าที่ของผมครับ"

ผม เสียภาษี คุณเสียภาษี เราทุกคนเสียภาษี เงินภาษีนอกจากจะนำไปพัฒนาประเทศแล้ว ยังกลายเป็นเงินเดือนของท่าน ๆ ทั้งหลายที่กำลังทำงานอยู่ในตอนนั้นและตอนนี้

พูดให้ง่ายเข้าคือ ประชาชนจ่ายเงินจ้างคุณมาทำงานให้เรา ............. หรือถ้าพูดตรง ๆ ประชาชนคือนายจ้าง คุณคือลูกจ้าง

มีที่ไหนครับ ถ้าลูกจ้างทำงานไม่ดี แต่กลับมาบอกว่ามาบอกให้นายจ้างไปทำงานแทนสิ

แล้วผมจะจ้างคุณมาทำอะไรมิทราบครับ? เจออย่างงี้ถ้าผมเป็นนายจ้าง ผมไล่ออกสถานเดียว

...
...
...

ดอนเมืองมีศักยภาพสูงมากที่สุดในอาเซียน (ผมกล้าพูดได้เลยว่าสูงที่สุดในอาเซียน) ในการที่จะเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงในภูมิภาค ศูนย์ซ่อมของชางอีรับเครื่องบินได้ในขนาดกลางเท่านั้น แต่ ดอนเมือง รับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้สบาย ๆ มีที่ว่างและอาคารพร้อมสรรพ มีพื้นที่สำหรับเป็นโรงงานซ่อมบำรุงไปจนถึงห้องวิจัยทางวิศวกรรมอากาศยาน อย่างครบครัน โดยเฉพาะ Termnial ของดอนเมืองที่สามารถจะทำได้แม้แต่เปลี่ยนไปเป็นศูนย์การจัดงานแสดงนิทรรศการหรือจัดแอร์โชว์

กิจกรรมพวกนี้สามารถสร้างเงินให้ประเทศเป็นหมื่น ๆ ล้าน สร้างงานให้คนไทยเป็นหมื่น ๆ ตำแหน่ง แต่ผู้รับผิดชอบกลับเห็นแก่เงินแค่ไม่กี่ร้อยล้านเปิดเป็นสนามบินพาณิชย์อีกครั้ง

ถ้า ดอนเมืองเป็นศูนย์ซ่อมครบวงจร ทั้งสายการบินของไทยและเครื่องบินของรัฐบาลไทยก็ไม่ต้องส่งไปซ่อมต่างประเทศ ในทางกลับกันเราสามารถรับงานซ่อมจากต่างประเทศได้อีกด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ซ่อมฟรี ๆ เขาก็ต้องจ่ายค่าจ้างให้เรา

สุวรรณภูมิจำเป็นอย่างที่สุดที่จะต้องลงทุนต่อไป การที่ผู้ใช้บริการกำลังใกล้เต็มความจุไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาเปิดดอนเมืองอีกครั้ง ...... ถ้าอ้างอย่างนั้นแปลว่าทำงานไม่เป็น ........ การบริหารจัดการที่ดีจะสามารถทำให้ความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคนในปัจจุบันของสุวรรณภูมิยังคงไม่มีปัญหามากนัก เพื่อรอการลงทุนเฟสสอง

สุวรรณภูมิ มีศักยภาพสูงมากในแง่พื้นที่ สามารถขยายออกไปได้อีกมาก ในขณะที่ดอนเมืองทำไม่ได้แล้ว การลงทุนที่ถูกต้องจะทำให้สุวสรณภูมิเป็นสนามบินที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพ

เมื่อทุกอย่างลงตัว สุวรรณภูมิใจะเป็นอันดับ 1 ของโลกได้ไม่ยากเลย ..... ขึ้นอยู่กับว่าผู้มีอำนาจจะอยากให้เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า?

ผมยังอยากเห็นเราเป็นศูนย์กลางทางการบินจริง ๆ ไม่ใช่ฝันกลางวันอยู่นะครับ


จากเว็บของพี่ skyman - analayo

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=05-04-2008&group=9&gblog=11