UDD ไอบ้าแมน's profileAdirach's SpacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
7/17/2009 ถามตอบยอดฮิต เกี่ยวกับหวัด 2009 ถามตอบยอดฮิต เกี่ยวกับหวัด
2009 1. โรคนี้ไม่รุนแรง ไม่น่ากลัว อย่าสะดิ้งไปนะตะเอง???? Answer : มะเหงกแน่ะ ความจริงคือ 1. ไข้หวัด 2009 ดูเหมือนไม่รุนแรง อัตราตายต่ำ แต่แพร่ระบาดง่ายและรวดเร็ว ( การแพร่กระจายสูง) 2. ความน่ากลัวของหวัด 2009 คือการกลายพันธุ์ต่างหาก และการกลายพันธุ์จะเกิดง่ายที่สุด เมื่อคน 1 คน หรือสัตว์ 1 ตัว ทะลึ่งติดหวัด 2 ชนิดพร้อมกัน (เช่นหวัด 2009 + หวัด ธรรมดา พร้อมกัน หรือ หวัด 2009 + หวัดนก พร้อมกัน) ขณะนี้"หวัดนกซึ่งรุนแรงและมีอัตราตายสูงมากกก ยังไม่ได้หายไป" และแนวโน้มของหวัดนก จะ"ระบาดซ้ำอีก ทุกๆปลายปี" แม้ว่าหวัด 2009 มันไม่รุนแรง แต่ถ้าปล่อยให้แพร่แบบนี้ "อีกไม่นานมันอาจผสมกัน" .........เอาความสามารถในการแพร่กระจายของหวัด 2009 บวกกับความรุนแรงของหวัดนก เมื่อนั้นก็หายนะ !!!!! และนั่นคือสาเหตุ ที่อยากให้คนไทยทุกคนดูแลสุขภาพให้ดี อย่าให้เป็นหวัด อย่าให้โรคนี้แพร่กระจายไปกว่านี้ ถ้าเป็นหวัดแล้ว แยกตัวจากคนอื่นทันที อย่าแรดเดินตลาด อย่าแรดไปห้างหรือที่ชุมชน และ ใส่หน้ากากทันทีอย่าให้แพร่เชื้อสู่คนและสัตว์รอบข้าง ถึงแม้จะอยู่บ้านที่มีสมาชิกแค่ 2 คนก็ตาม 2. ถ้าเป็นขึ้นมา ไปหาหมอเดี๋ยวก็หาย??? Answer : แม่เจ้า พศ.นี้ยังเข้าใจกันแบบนี้อีกเหรอนี่?? คุณรู้มั้ยว่า เวลาคุณไปหาหมอเพราะเป็นหวัด หมอจะจ่ายยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ให้คุณ แต่ไม่มียาฆ่าเชื้อหวัด!!! นอกจากคุณติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม เช่น ทอนซิลอักเสบ คออักเสบ หมอจึงจะจ่ายยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ติดซ้ำเติมให้ แต่ก็ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสหวัดให้อยู่ดี!! เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะยาฆ่าไวรัส มันแพงมาก และไม่คุ้มที่จะแจกจ่ายพร่ำเพรื่อ เพราะจะทำให้ไวรัสยิ่งกลายพันธุ์ดื้อยาขึ้นไปอีก 99.99% ของคลินิก และ โรงพยาบาลขนาดเล็ก จึงไม่มียารักษาการติดเชื้อไวรัสหวัด ไว้ในสต็อกยาเลยครับ สิ่งที่ดีที่สุดในการรักษาไข้หวัด คือการกินยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ตามอาการ แล้วนอนพักผ่อนมากๆ พยายามอย่าไปแพร่เชื้อใส่ใคร เดี๋ยวก็หายครับ ส่วน Tamiflu น่ะ อย่าไปหวังอะไรกับมันมากเลยครับ เพราะ - ตอนนี้ยาขาดตลาดสุดๆ รพ. หลายแห่ง หายานี้มา Stock ไว้ไม่ได้ - ยานี้จะออกฤทธิ์ได้ดี เมื่อคนไข้ถูกตรวจพบเจอก่อนเกิดอาการ แล้วคนไข้คนไหนจะกระแดะเดินไปหาหมอตอนไม่มีอาการล่ะครับ ( ถึงกระแดะไปหา หมอก็ไม่กระแดตรวจ Swab ให้หรอก หรือ ถึงหมอกระแดะตรวจให้ คุณจะกระแดะจ่ายค่าตรวจราคา4000+ บาท มั้ยล่ะครับ?) - ตอนนี้เริ่มมีรายงาน เชื้อดื้อยา Tamiflu แล้วครับ (บอกแล้ว ว่าไวรัสมันกลายพันธุ์ เร็วค่อดๆ) 3. ฉีดวัคซีนป้องกันได้??? Answer : วัคซีนที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้คือวัคซีน ป้องกัน ไข้หวัดใหญ่สเปนครับ เป็น H1N1 เหมือนกัน แต่เป็นเชื้อคนละตัว ( เหมือนตระกูลงวงคำเหมา เหมือนกัน แต่ หม่ำกับ ตุ๊กกี้เป็นคนละคนกัน มีสิ่งที่ชอบที่กลัวไม่เหมือนกัน) พูดง่ายๆ คือ ในทางทฤษฎี วัคซีนนี้ ไม่น่าจะป้องกันหวัด 2009 ได้เลย แต่ให้ฉีดไว้ก่อนเพราะ - ตอนแรกนักวิทย์คำนวณไว้อยู่แล้วว่า ปีนี้ ไข้หวัดสเปนต้องระบาด (ใครจะนึกว่ามันทะลึ่งกลายพันธุ์เป็น 2009 ) อย่างน้อยการฉีดนี้เป็นการตัดไข้หวัดสเปนออกไปก่อน พูดง่ายๆ คือ ถ้าใครเดินมา รพ. เราจะได้สงสัยไปเลยว่าเป็น หวัด 2009 ไม่ใช่หวัดสเปน จะได้ง่ายต่อการควบคุมรักษา - ถ้าเกิดไข้หวัดสเปน เกิดบ้าจี้ ระบาดขึ้นมาพร้อมกันตอนนี้ อัตราตายมันสูงกว่า หวัด 2009 มากนะครับ - แม้ทางทฤษฎี วัคซีนนี้จะกัน 2009 ไม่ได้เลย แต่ไหนๆมันก็เชื้อตระกูลเดียวกัน และเป็นเชื้อใหม่ด้วย ใครจะไปรู้ว่ามันอาจป้องกันหวัด 2009 ได้ซัก 1% ก็ได้ มีตังค์ก็ฉีดๆ ไปเหอะ Better Than Nothing แต่ต้องรู้นะ ว่า การฉีดวัคซีนนี้ ไม่ได้แปลว่า คุณไม่ต้องกลัวแล้ว ไม่ได้แปลว่าคุณมีภูมิคุ้มกันต่อหวัด 2009 แล้ว มันแค่ลดความเสี่ยงไปซักถึง 1% รึเปล่ายังไม่รู้เลย?? ![]() 4. แล้วอะไร คือสิ่งที่ควรทำตอนนี้??? Answer : 4.1 ระดับส่วนตัวและครอบครัว ในภาวะปกติ ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ทุกแหล่งชุมชนคือจุดเสี่ยงในการแพร่ระบาด โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นห้องแอร์ระบบปิด เช่นในห้างสรรพสินค้า โรงหนัง บนรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ถ้าจะเดินเข้าแหล่งชุมชนเหล่านี้ ควรใส่หน้ากากป้องกันตัวเองได้แล้วครับ!!!!! ถ้าคุณมีอาการของโรคหวัด แค่ ไอ จามเล็กๆน้อยๆ ควรแยกตัวจากครอบครัวและสังคมเท่าที่ทำได้ เช่นแยกห้องนอนจากคนอื่น ถ้าต้องอยู่ร่วมกันก็ใส่หน้ากากตลอดเวลา (หาซื้อไม่ได้ ก็เอาผ้าเช็ดหน้ามาผูกไว้ก็ยังดีกว่าหายใจรดกันตรงๆ) ปิดปากปิดจมูกเสมอ อย่าหายใจรดใคร อย่าไอจามใส่ที่สาธารณะ เลิกถ่มน้ำลายลงพื้นได้แล้ว ล้างมือให้บ่อยที่สุด การเอามือไปป้ายโน่นป้ายนี่ เป็นช่องทางการแพร่เชื้อที่ดีเยี่ยม ตอนเช้าตื่นนอน กรุณา เปิดหน้าต่างกว้างๆ เปิดพัดลมไล่อากาศออกซักนิด ก่อนจะให้ใครคนอื่นเดินเข้ามาในห้องเรา เสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ปลอกหมอน หมั่นซักบ่อยๆ ( ไม่รู้มีคราบเสมหะ ตอนเราไอจามติดอยู่รึเปล่า ) ล้างมือให้บ่อยที่สุด แต่ไม่ต้องถึงกับแยกห้องน้ำหรอกนะ แค่เอาแปรงสีฟันเราออกมาเก็บเอง อย่าใส่ถ้วยเดียวกะคนอื่นก็พอ ![]() อาการอย่างไรจึงควรไปตรวจที่รพ.? 1. มีไข้ 38 ํC ขึ้นไปร่วมกับ 2. อาการอย่างใดอย่างหนึ่งได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ, ไอ, หายใจผิด ปกติ (หอบ, ลำบาก), หรือแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นปอดบวม ร่วมกับ มีผู้สัมผัสร่วมบ้านหรือในที่ทำงานป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบ ภายใน 1 สัปดาห์ก่อนวันเริ่มป่วย ถ้าอาการแค่เป็นหวัดเจ็บคอธรรมดา ไข้ไม่สูง ไม่นอนซม ไม่ต้องสะดิ้งวิ่งไปรับเชื้อที่รพ.นะครับ อย่าลืมว่าตอนนี้ รพ.นั่นแหละ เป็นแหล่งแพร่เชื้อที่ดีที่สุด................. 4.2 ระดับนโยบายของรัฐ และ สื่อมวลชน มาดูกันนิดนึง ว่าทำไมประเทศเราถึงควบคุมการระบาดไม่ได้เลย ขณะที่ประเทศต้นตำรับการระบาดอย่าง Mexico ซึ่งไม่ได้เจริญกว่าบ้านเราเลย เขาถึงควบคุมการระบาดระลอกแรกได้.... จำข่าวได้มั้ยครับ ว่าตอนแรกที่ Mexico เขาระบาดเขาทำอะไรบ้าง ?? ปิดเลยครับ !!! เขากล้าพอที่จะปิด โรงเรียนทุกแห่ง โรงหนังทุกแห่ง ห้างสรรพสินค้าทุกแห่ง ทั่วประเทศ พร้อมกัน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้ง พ่นยาฆ่าเชื้อ ตามโรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ใหญ่ๆด้วย นั่นคือสาเหตุที่เขาควบคุมการระบาดระลอกแรกได้ทันทีในสัปดาห์ต่อมา.... แล้วพี่ไทยล่ะทำอะไรบ้าง ?? นอกจากออกข่าว ว่า ไม่มีอะไร้ ไม่น่ากลัว แต่คนติดเชื้อเพิ่มเป็นหลักร้อย หลักพันทุกวัน??? มัวแต่กลัวว่าเศรษฐกิจจะทรุด การท่องเที่ยวจะกระทบ ... คิดกันบ้างมั้ยว่า ถ้าคนไทย ตัยหอง กันหมด จะมีเศรษฐกิจดีๆไว้ทำอารายจ๊ะ?? เศรษฐกิจ คือ สิ่งที่เราสร้างได้แน่นอน ถ้าคนไทยยังมีลมหายใจอยู่คับ (ว้อยยยยยย ) และคุณสื่อมวลชนครับ ... ผมว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกคุณจะต้องพูดความจริง..... ถ้าจำไม่ได้ว่าผมพล่ามอะไร ให้ พูดดังนี้นะครับ 1. โรคนี้ อันตรายครับ .... และยังกลายพันธุ์ให้อันตรายกว่านี้ได้อีกในปลายปีนี้ครับ 2. โรคนี้ หวังพึ่งยารักษา ไม่ได้ครับ และตอนนี้เริ่มดื้อยาแล้วด้วยครับ 3. โรคนี้ต้องป้องกันอย่างเดียวครับ 4. จะควบคุมการระบาดได้ ต้องพร้อมใจกัน ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ พร้อมกันทั้งสังคมครับ 5. จะควบคุมการระบาดได้ ปิดโรงเรียน โรงหนัง ศูนย์การค้าใหญ่ๆ ได้แล้วครับ ขอแค่ 3 วันก็ยังดีครับ!!!!! ดูแลตัวเองกันดีๆนะครับผม...อ๋อ เป็นห่วงเน้อ ^^ **ได้จากอีเมล์นี้นะ rampa_ch@hotmail.com ** 3/7/2009 อนาคตการบินของไทย .. หรือจะงงชีวิตกันต่อไป?
สวัสดีครับ วันนี้จะมาในแนวดุเดือดหน่อยนะครับผม ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมเศร้าใจกับประเทศนี้หลังจากกลับมาจากงานสิงคโปร์แอร์โชว์ อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมรักเมืองไทยจะตาย ........... แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ รักมากก็โกรธมาก ใน อีกไม่กี่ปีข้างหน้า สิงคโปร์จะไม่เป็นเพียงศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคเท่านั้น แต่สิงคโปร์กำลังจะเป็นศูนย์กลางทางการเดินทางท่องเที่ยวอากาศในภูมิภาค โอ้โห ...... ในขณะที่เมืองไทยยังเถียงกันไม่จบเรื่องจะเอายังไงกับดอนเมือง สิงคโปร์กำลังจะสร้าง "ท่าอวกาศยาน" แล้วครับ อีก เรื่องหนึ่ง ตอนเครื่องบินที่ผมนั่งร่อนลงที่สนามบินชางอี ผมได้มีโอกาสชม Terminal 3 ใหม่เอี่ยมล่าสุดของสนามบินชางอี ซึ่งจะทำให้สนามบินนี้รองรับผู้โดยสารได้เกือบ 80 ล้านคนต่อปี โอ้โห ....... ในขณะที่เมืองไทยยังเถียงกันว่ารันเวย์ร้าวหรือไม่ หรือสุวรรณภูมิเฟส 2 จะสร้างหรือไม่ สิงคโปร์ยึดตำแหน่งศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคไปเรียบร้อยแล้วครับ นี่ยังไม่นับการเป็นฮับทางด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานนะครับ สิงคโปร์ครองส่วนแบ่งในตลาดด้านนี้ถึง 25% ของภูมิภาค กลับมาถามตัวเองได้หรือยังครับว่า "เราทำอะไรกันอยู่?" ... ... ... อ๋อ ผมตอบได้แล้วครับ "เรามัวแต่กัดกัน" ขออนุญาตใช้คำว่ากัดกันครับ เพราะการทะเลาะกันก็ยังมีประโยชน์ถ้าทะเลาะให้ถูกวิธี แต่นี่มัน ....... ผมพูดได้เลยว่า นโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการบินของชาติ "ล้มเหลว ไร้ทิศทาง ไม่มีวิสัยทัศน์ และล้าหลังคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง" คิดดูสิครับ เรายังเอาแน่เอานอนกับดอนเมืองไม่ได้เลย ตอนแรกบอกจะปิดแล้วทำเป็นศูนย์ซ่อม ตอนหลังบอกจะเปิดให้ Low Cost มาลง ตอนหลังจะเปิดเป็นสนาบินในประเทศ ล่าสุดอยากจะเป็นสนามบินนานาชาติ ตลกครับ ......... ตลกจริง ๆ ในเวลาเพียง 3 - 4 ปี เราเปลี่ยนยุทธศาสตร์กันไม่รู้กี่ครั้ง ฝรั่งงงกันหมด ไม่รู้ว่ารัฐบาลไทยจะเอาอย่างไรกันแน่ แล้วใครที่ไหนจะเอาเครื่องบินมาลงครับ? นี่ยังดีที่เมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวนะครับ คนจึงยังใช้บริการมาก แต่ไทยไม่ใช่ศูนย์กลางทางการบินครับ ลองดูจากปริมาณการเปลี่ยนเที่ยวบินและการขนส่งสินค้าเมื่อเทียบกับสิงคโปร์สิครับ เราตามหลังหลายช่วงตัว ... ... ... ทำไมสิงคโปร์ถึงทำได้? คำตอบง่ายมากครับ "ชาวสิงคโปร์พร้อมใจกันทำเพื่อชาติในทิศทางเดียวกัน" ยุทธศาสตร์ถูกวางล่วงหน้าเป็นสิบปี ทุกอย่างมีการเตรียมแผนการอย่างรัดกุม รัฐบาลให้การสนับสนุนเต็มที่ ที่สำคัญคือนโยบายนิ่งสนิท ชางอีเป็นหนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุดในโลก ผมเห็นตู้โชว์รางวัล "บางส่วน" ที่เขานำมาโชว์แล้ว แต่ละรางวัล เป็นรางวัลยอดเยี่ยมที่สุดของโลกจากสถาบันที่น่าเชื่อถือทั้งสิ้น ซึ่งจากประสบการณ์ของผมที่เคยใช้ชางอีมา ผมก็ไม่แปลกใจ ในอีกส่วนหนึ่งของสนามบินชางอีเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานครบวงจร ไล่ตั้งแต่การผลิต การพัฒนา การซ่อมบำรุง การปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพ สิงคโปร์กำลังมีนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานในอีกสนามบินหนึ่งซึ่งจะเป็นอุตสาหกรรมไฮเทคที่บริษัทด้านการบินชั้นนำจากทุกสายงานมาลงทุน บริษัทท้องถิ่นของสิงคโปร์มีการพัฒนาและวิจัยอยู่ตลอดเวลา มีลูกค้าอยู่ทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ล้วนแต่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก อย่าแปลกใจ ถ้าสิงคโปร์จะเป็นผู้นำทางการบินของโลก ... ... ... กลับมาที่พี่ไทยครับ เปิดสุวรรณภูมิมาปุ๊บ มีปัญหามากมายหลายประการ ซึ่งอันที่จริงเป็นเรื่องปกติของการเปิดสนามบินใหม่ (ดูการเปิด Terminal 5 ของสนามบินฮีตโทรว์เป็นตัวอย่างครับ) แทนที่ผู้รับผิดชอบจะตั้งใจแก้ปัญหา กลับตั้งใจแก้แค้น ล้างบางฝ่ายตรงข้าม ถึงขั้นบอกว่าจะต้องปิดสุวรรณภูมิ 1 ปี!!!! นี่ไงครับที่ผมบอกว่าผู้รับผิดชอบไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ รวมถึงไม่เป็นมืออาชีพและไร้ความสามารถ ยุทธศาสตร์ ที่เคยวางมาเปลี่ยนไปหมด การลงทุนในสุวรรณภูมิหยุดชะงัก แต่กลับดันทุรังไปเปิดดอนเมืองใหม่อีกครั้ง เพียงแค่เหตุผลว่าไม่ต้องการให้บริษัทขาดทุน อ๋อ เดี๋ยวนี้เขาห่วงผู้ถือหุ้นมากกว่าประเทศชาติแล้วแฮะ ปัดโธ่ ทำไมผมถึงพูดมาเสมอว่าการเปิดดอนเมืองคือการตัดสินใจที่ผิดพลาด? มันเป็นประเด็นด้านด้านการขนส่งล้วน ๆ ครับ ใช่แล้วครับ มีสองสามสนามบิน ที่ไหน ๆ ก็มีกัน ญี่ปุ่นมี คันไซ-นาริตะ, เบอร์ลินมี 3 สนามบิน เบอร์ลินเชอร์โฮฟิล-เทงเกล-เทมเฟิลฮอฟ (สองอันหลังกำลังจะปิด) , ลอนดอนยิ่งไม่ต้องพูดถึงครับ มี 5 สนามบิน ฮีตโทรว์-แก๊ตวิช-สแตนเซ็ต-ซิตี้-ลูตัน ในยุโรปแทบทุกเมือง มีหลายสนามบินทั้งนั้น โรม, ปารีส ฯลฯ มีใช้ทั้ง international airport กับ continental airport ซึ่งรองรับสายการบินในยุโรปด้วยกัน ไม่ใช่ประเด็นด้านการจัดการด้วยครับ เขาจัดการกันได้ แล้วความจริงเมืองไทยก็จัดการกันได้ไม่มีปัญหาแน่นอน ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ใน ลอนดอน มี 5 สนามบิน แต่เขามีฮัตโทรว์ เอ๊กเพรส, แก๊ตวิช เอ๊กเพรส อะไรก็แล้วแต่ ถึงแม้มันจะไม่ได้เชื่อมสองสนามบินเข้าด้วยกัน แต่มันก็ยิงตรงเข้าฮับกลางเมือง ผู้โดยสารก็โดดขึ้นอีกสายต่อไปได้เลย แล้วเมืองไทยล่ะครับ ตอนนี้ มีแต่ ขสมก. เอ๊กเพรส ......... ผู้โดยสารที่จะต้องมาต่อเครื่องที่ดอนเมืองต้องนั่งรถฝ่าการจราจรอันติดขัด (ที่เพื่อนชาวญี่ปุ่นของผมบอกว่าติดกว่าโตเกียวอีก) เสียเวลามากมาย กว่าจะไปถึงดอนเมือง ซึ่งระบบการเชื่อมต่อระหว่างสนามบินที่มีประสิทธิภาพคือระบบราง แต่ระบบรางตอนนี้มีเพียงแอร์พอร์ตลิงค์ที่มาถึงมักกะสันกับเชื่อมต่อกับ BTS เท่านั้น ยังไม่มีแววว่าจะมาถึงดอนเมือง จะให้ผู้โดยสารลงจากแอร์พอร์ตลิงค์มาต่อรถไฟฟ้าสีแดงก็ไม่ถูกต้อง เพราะความรวดเร็วและสะดวกสบายจะหายไป ผู้โดยสารต้องหอบกระเป๋าใบโต ๆ ลงจากแอร์พอร์ตลิงค์เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าสายสีแดงร่วมกับคนที่ไป-กลับบ้าน ไม่สะดวกอย่างสิ้นเชิง มันยิ่งไปกันใหญ่เมื่อมีการเสนอให้ดอนเมืองรับเที่ยวบินจากต่างประเทศอีกครั้ง คราวนี้งงสนิทเลยล่ะครับ ... ... ... มันอะไรกันหนักหนา? ผมถามจริง ๆ ครับว่ามันอะไรกันหนักหนา? เลิกพูดเถอะครับว่าประเทศไทยได้เปรียบทางภูมิประเทศ ค่าใช้จ่ายในการลงจอดถูก ฯลฯ ความได้เปรียบพวกนี้ สิงคโปร์ไม่ยักกะมี แต่ทำไมเขาทำได้? ก็ เพราะเขาไม่ได้ขยันหาจุดเด่นมาสปอยตัวเองแล้วไม่คิดจะทำอะไร แต่เขาหาจุดที่เขาคิดว่าเขาสามารถนำมาทำให้เกิดประโยชน์ได้ และทำจริงจัง แต่บ้านเรา เอาแต่พูด ๆ ๆ ๆ ๆ นอกจากนั้นก็เอาแต่ทะเลาะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ หรือไม่ก็เปลี่ยนนโยบายทุก 3 เดือน โอ่ย จะเป็นลม ......... อ้อ อีกอย่างนะครับ กรุณาอย่าพูดว่า "แหมคุณ skyman พล่ามมาขนาดนี้ ทำไมไม่ไปเป็นรมต.คมนาคมซะเองเลยล่ะ?" ขอบอกว่า "ไม่จำเป็น" และ "ไม่ใช่หน้าที่ของผมครับ" ผม เสียภาษี คุณเสียภาษี เราทุกคนเสียภาษี เงินภาษีนอกจากจะนำไปพัฒนาประเทศแล้ว ยังกลายเป็นเงินเดือนของท่าน ๆ ทั้งหลายที่กำลังทำงานอยู่ในตอนนั้นและตอนนี้ พูดให้ง่ายเข้าคือ ประชาชนจ่ายเงินจ้างคุณมาทำงานให้เรา ............. หรือถ้าพูดตรง ๆ ประชาชนคือนายจ้าง คุณคือลูกจ้าง มีที่ไหนครับ ถ้าลูกจ้างทำงานไม่ดี แต่กลับมาบอกว่ามาบอกให้นายจ้างไปทำงานแทนสิ แล้วผมจะจ้างคุณมาทำอะไรมิทราบครับ? เจออย่างงี้ถ้าผมเป็นนายจ้าง ผมไล่ออกสถานเดียว ... ... ... ดอนเมืองมีศักยภาพสูงมากที่สุดในอาเซียน (ผมกล้าพูดได้เลยว่าสูงที่สุดในอาเซียน) ในการที่จะเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงในภูมิภาค ศูนย์ซ่อมของชางอีรับเครื่องบินได้ในขนาดกลางเท่านั้น แต่ ดอนเมือง รับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้สบาย ๆ มีที่ว่างและอาคารพร้อมสรรพ มีพื้นที่สำหรับเป็นโรงงานซ่อมบำรุงไปจนถึงห้องวิจัยทางวิศวกรรมอากาศยาน อย่างครบครัน โดยเฉพาะ Termnial ของดอนเมืองที่สามารถจะทำได้แม้แต่เปลี่ยนไปเป็นศูนย์การจัดงานแสดงนิทรรศการหรือจัดแอร์โชว์ กิจกรรมพวกนี้สามารถสร้างเงินให้ประเทศเป็นหมื่น ๆ ล้าน สร้างงานให้คนไทยเป็นหมื่น ๆ ตำแหน่ง แต่ผู้รับผิดชอบกลับเห็นแก่เงินแค่ไม่กี่ร้อยล้านเปิดเป็นสนามบินพาณิชย์อีกครั้ง ถ้า ดอนเมืองเป็นศูนย์ซ่อมครบวงจร ทั้งสายการบินของไทยและเครื่องบินของรัฐบาลไทยก็ไม่ต้องส่งไปซ่อมต่างประเทศ ในทางกลับกันเราสามารถรับงานซ่อมจากต่างประเทศได้อีกด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ซ่อมฟรี ๆ เขาก็ต้องจ่ายค่าจ้างให้เรา สุวรรณภูมิจำเป็นอย่างที่สุดที่จะต้องลงทุนต่อไป การที่ผู้ใช้บริการกำลังใกล้เต็มความจุไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาเปิดดอนเมืองอีกครั้ง ...... ถ้าอ้างอย่างนั้นแปลว่าทำงานไม่เป็น ........ การบริหารจัดการที่ดีจะสามารถทำให้ความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคนในปัจจุบันของสุวรรณภูมิยังคงไม่มีปัญหามากนัก เพื่อรอการลงทุนเฟสสอง สุวรรณภูมิ มีศักยภาพสูงมากในแง่พื้นที่ สามารถขยายออกไปได้อีกมาก ในขณะที่ดอนเมืองทำไม่ได้แล้ว การลงทุนที่ถูกต้องจะทำให้สุวสรณภูมิเป็นสนามบินที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพ เมื่อทุกอย่างลงตัว สุวรรณภูมิใจะเป็นอันดับ 1 ของโลกได้ไม่ยากเลย ..... ขึ้นอยู่กับว่าผู้มีอำนาจจะอยากให้เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า? ผมยังอยากเห็นเราเป็นศูนย์กลางทางการบินจริง ๆ ไม่ใช่ฝันกลางวันอยู่นะครับ จากเว็บของพี่ skyman - analayo http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=05-04-2008&group=9&gblog=11 กู้วิกฤตการบินไทย by Skyman 810 610กู้วิกฤตการบินไทย
คัดลอกจากท่าน
Skyman ขอบคุณก๊าบ 1/15/2009 การฝึกของเรือหลวงจักรีนฤเบศรและกองเรือยกพลขึ้นบกประจำปี 2552การฝึกของเรือหลวงจักรีนฤเบศรและกองเรือยกพลขึ้นบกประจำปี 2552 ทุกปี หน่วยงานในกองทัพเรือไทยจะร่วมทำการฝึกประจำปีกันจำนวน 1 ครั้งในราวเดือน พ.ย. - ก.พ. ของทุกปีครับ โดยทุกปีจะมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีของเรือรบ ซึ่งปีนี้กองทัพเรือทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถี Harpoon ร่วมกับกองทัพเรือสิงคโปร์ ซึ่งถ้ากองทัพเรือเผยแพร่ภาพออกมาเมื่อไหร่แล้วจะทำมาให้ชมกันครับผม Analayo ขอบคุณก๊าบ 12/3/2008 GTA ก็มีข้อดีเหมือนกัน ! เด็กหญิง 11 ขวบ ช่วยครอบครัวรอดพ้นจากเหตุการณ์รถคว่ำ เพราะจำมาจาก GTAGTA ก็มีข้อดีเหมือนกัน ! เด็กหญิง 11 ขวบ ช่วยครอบครัวรอดพ้นจากเหตุการณ์รถคว่ำ เพราะจำมาจาก GTA เอ้าๆ! หลังจากที่ประเทศเรามีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น ด้วยการที่เด็ก 19 ขวบ ไปจี้แท็กซี่แล้วฆ่าทิ้ง แล้วก็อ้างว่า “ผมเลียนแบบเกมส์ GTA ครับ” อ้าว........ ก็ซวยวีดีโอเกมส์กสิงานนี้ เท่านั้นล่ะ ใครที่ไม่เคยแม้จะหันมาสนใจใยดีวงการชาวเกมเมอร์ก็เบนทิศหันมาเชียว แถมบางคนที่ไม่รู้เรื่องก็พากันประโคมข่าวพากันมองว่าวีดีโอเกมส์เป็นสิ่งที่เลวร้ายสุดๆไปซะงั้น ที่สำคัญ เหตุการณ์นี้เป็นเหตุให้ Grand Theft Auto หรือ GTA ที่พูดกันติดปากอยู่นี่ (แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทราบชื่อเต็มกันซักกี่คนเชียว) โดนแบนทันทีภายในประเทศไทย ใครอธิบายก็ไร้ผล บอร์ดต่างประเทศพูดก็ไม่อ่าน กทั้งยังพ่วงก 9 เกมส์ ติดร่างแหเป็นเกมส์อันตรายไปด้วย..... ในเมื่อไม่เชื่อกันว่า GTA หรือวีดีโอเกมส์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่น่ารังเกียจด้วยคำอธิบายลอยๆ วันนี้ผมจะเอาตัวอย่าง “จริง” เหตุการณ์ “จริง” มาบอกเล่ากันครับ ว่า GTA ไม่ได้เลวอย่างที่ผู้ใหญ่หลายคน “คิด” Karen Norris จากเมือง Streator แม่ของเด็กหญิงสาววัย 11 ขวบ Audrey Plique ได้เล่าถึงเหตุการณ์อันน่ายินดีในวีรกรรมของลูกสาวเธอ ว่าเธอได้พยายามช่วยเหลือครอบครัวของเธอเองจากเหตุการณ์รถพลิกคว่ำ ด้วยการเรียนรู้จากวีดีโอเกมส์ชื่อดังของโลก “Grand Theft Auto” ถึงความเป็นไปได้ในอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ “เธอก็แค่รู้มาจากการเล่นเกมส์ Grand Theft Auto เธอเห็นว่าเวลาที่รถในเกมส์พลิกคว่ำ มันจะระเบิด เธอรู้ว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นกับเราได้” Norris กล่าว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณเวลา 9 p.m. วันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ครอบครัวน้อยๆ 5 คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการเดินทางไปเยี่ยมญาติใน Diamond ขณะที่สามีของ Norris นาย Robert Norris Jr. ขับรถอยู่บนถนนสาย 113 ห่างจาก Coal City ไปทางทิศตะวันออกประมาณครึ่งไมล์ เขาก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมากะทันหัน จึงทำให้รถที่พวกเขานั่ง 2000 Jeep Grand Cherokee เกิดเสียหลักไถลออกข้างทางระหว่างวิ่งด้วยความเร็ว 55 – 60 ไมล์/ชั่วโมง รถพุ่งเข้าชนกับรั้วบ้างทางแล้วพลิกไปมา 4 ตลบ ทำให้รถหงายท้องและกระจกหลังแตกอยู่ในร่องดินข้างทาง “มันเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวมากเลยค่ะ” Audrey กล่าว โดยเธอเพียงแค่ 11 ขวบ เรียนอยู่เกรด 5 ณ โรงเรียน Oakland Park School เท่านั้น แว่นตาของพ่อแม่เธอแตกทั้งคู่และงงๆทำอะไรไม่ถูกอยู่ในความมืด พร้อมกับลูกๆก 3 คน Audrey ลูกสาว 11 ขวบ April Smith น้องสาวเธอ 9 ขวบ และน้องชายเธอ Robbie Norris 7 ขวบ ยังโชคดีที่ทุกคนคาดเข็มขัดนิรภัย แต่น้องเธอทั้งสองคนก็ตกอยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว “หนูกลัวมากค่ะ หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไง หนูรู้แต่ว่าต้องช่วยครอบครัวหนู” เมื่อจึงตัดสินใจมองไปรอบๆเห็นว่ากระจกหลังรถแตกจึงพยายามเอาตัวรอดปีนออกมาจากทางนั้น หลังจากนั้นเธอจึงเรียกแม่ของเธอให้ยื่นมือมาเพื่อที่จะดึงตัวแม่ออกมาจากรถ จนสุดท้ายเธอก็ช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัวของเธอครบทุกคน เธอยังช่วยพยุงแขนพ่อที่โชกไปด้วยเลือดมาที่ถนนเพื่อโบกรถที่ผ่านไปผ่านมาให้โทร 911 กด้วย “เธอแสดงให้เราเห็นถึงความกล้าหาญและวีรกรรมที่คุณไม่คิดว่าเด็กอายุเพียงแค่ 11 ขวบ จะทำได้” แม่ของเธอเล่าอย่างภาคภูมิใจ “เธอรู้จักตั้งสติ ถึงเสียงเธอจะออกสั่นเครือ ตกใจ แต่เธอก็ยังรู้ว่าจะต้องช่วยพ่อแม่และน้องๆของเธอให้ได้” ทั้งนี้ พ่อของเธอ Robert Norris Jr. เป็นคนที่บาดเจ็บหนักที่สุดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีทั้งแผลลึกแผลถลอกปอกเปิกเยอะแยะจากการกระแทกเข้ากับพวกมาลัยหลายต่อหลายครั้ง โดยที่ถุงลมนิรภัยของรถก็กลับไม่ทำงานเลย ส่วนคนอื่นๆโดนเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเอง แต่ทุกคนก็ได้รับการรักษาที่ Morris Hospital และหายดี ปลอดภัยกลับบ้าน “แม่หนูบอกว่าเพราะหนูแท้ๆ เด็กๆของแม่ถึงรอดมาได้ พอหนูได้ยินแม่พูดแบบนั้นแล้วหนูก็รู้สึกปลื้มมากเลยล่ะค่ะ” เด็กหญิง 11 ขวบ ที่เล่น GTA ก็ยังไม่เห็นจะทำความเลวอะไรเลย แถมยังรู้จักคิด มีสติ รู้จักเรียนรู้จากเกมส์มาประยุกต์ใช้กับเหตุการณ์ภายในชีวิตประจำวันกต่างหาก ผมขอบอกในฐานะตัวแทนของคนเล่นเกมส์ (และรู้จักวีดีโอเกมส์ดี) หลายๆคนเลยนะครับ ว่าเกมส์น่ะ มันไม่เกี่ยวหรอก ว่าจะต้องไปเป็นต้นเหตุให้ใครทำเลว ให้ใครไปปล้น ไปฆ่า หรือแม้กระทั่งเป็นต้นเหตุให้ใครไปทำความดี ช่วยเหลือผู้คน รู้จักปราบอาชญากร แต่มันอยู่ที่ตัวคนเล่นครับ ว่ากระมีสติปัญญา วิจารณญาณ และความละอายใจ ในตัวเองเพียงใด ที่จะรู้จักแยกแยะความเลวความดี อะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ http://www.online-station.net/news/40/19674.html 10/24/2008 50 สิ่งที่ได้เรียนรู้หลังอยู่เขมรมาครึ่งปี by บองเต่า (BongTao)
50 สิ่งที่ได้เรียนรู้หลังอยู่เขมรมาครึ่งปี by บองเต่า (BongTao) 1. อย่ากินน้ำแข็งเด็ดขาด ถ้าไม่ได้อยู่ในพนมเปญหรือเสียมเรียบ
2. ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดขอบกระป๋องน้ำอัดลมทุกครั้งก่อนดื่ม 3. คนเขมรมักจอดรถเข้าซองแบบเอาหัวเข้ามากกว่าถอยเอาตูดเข้า 4. อยู่มาครึ่งปี ...เจอตุ๊ดเขมรไม่ถึง 10 คน 5. อาบอบนวดที่นี่ หมอนวดหน้าตาอุบาทว์มาก รับไม่ได้... 6. อย่ากระแดะไปวิ่งเล่นในทุ่งนาตามต่างจังหวัดเด็ดขาด ระเบิดยังเหลืออีกเพียบ 7. งานศพเขมร เวลาพระสวดต้องเปิดลำโพงให้ชาวบ้านฟังไปสามบ้านแปดบ้าน 8. มีคนเขมรจำนวนมากที่ไม่เคยไปเที่ยวนครวัด และไม่คิดจะไป 9. ผู้หญิงเขมรบางคนเชี่ยวชาญการนั่งมอเตอร์ไซค์ ถึงขนาดนั่งไขว่ห้างได้ 10. คนเขมรกินเนื้อมากกว่ากินหมู 11. ที่นี่มีโต๊ะรับพนันบอลอย่างถูกกฏหมาย ชื่อ Cambo Six ลูกค้าหลักคือชนชั้นกรรมกร 12. ไวน์ penfold ตระกูล BIN ที่นี่ถูกกว่าที่เมืองไทยครึ่งนึง (BIN 389 ขวดละ 30 US$ เท่านั้น) 13. รถตู้หนึ่งคัน สามารถอัดคนเข้าไปได้มากกว่า 20 คน (รวมบนหลังคา) 14. ก็ไม่แปลก ถ้ามอเตอร์ไซค์ 1 คันจะมีคนนั่งซ้อนกัน 5 คนได้ 15. ดังนั้น ก็ยิ่งเป็นเรื่องปกติ ที่มอเตอร์ไซค์ 1 คันจะขนหมูตัวเป็นๆ ได้ 1 ตัว 16. เบียร์ Tsing Tao (ชิงเต่า) จากเมืองจีนมีขายที่เขมรและทำตลาดอย่างจริงจัง 17. ข้าวโพดต้มที่นี่ หวานอร่อยชิบหาย ให้ตายเถอะ...สงสัยมันจะใส่ผงชูรสลงไปต้มด้วย 18. ทุเรียนจากจังหวัดกัมปอต จะมีสีสเปรย์สีแดงฉีดคาดลูก ...แต่ถ้าทุเรียนจากที่อื่นจะไม่มี 19. แบงก์ 50 เรียล (50 สตางค์) เป็นของหายาก ใครได้มาควรเก็บไว้ให้ดี 20. ชาเขียวโออิชิ รสชาติที่ขายดีที่สุดในเขมรคือ รสน้ำผึ้งมะนาว (ฝาเหลือง) 21. ชนชั้นแรงงานเขมร พักเที่ยง 2 ชั่วโมง ตั้งแต่ 11.00-13.00 น. 22. ในขณะที่คนเขียนเอนทรี่นี้ ทำงานตั้งแต่ 8.00-21.00 น. พักเที่ยงชั่วโมงเดียว 23. ตลาดทุกแห่งในเขมรปิดก่อน 17.00 น. 24. ดังนั้น ที่นี่ก็เลยไม่มี night bazaar ให้เราได้เดินเล่นกันยามค่ำคืน 25. ไฟจราจรเกือบทุกแยกจะเปิดเป็นไฟเหลืองกะพริบหลัง 4-5 ทุ่มเป็นต้นไป 26. ที่นี่มีบริการ “กะหรี่โมบาย” คือกะหรี่ที่มีเอเย่นต์ขี่มอเตอร์ไซค์ตระเวณหาลูกค้าไปเรื่อยๆ 27. ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก --- อย่าพูดถึงถ้าไม่จำเป็น 28. อักษรเขมรมีทั้งหมด 33 ตัว และสามารถเติมหัว (หรืออะไรสักอย่าง)ได้ กลายเป็น 66 ตัว 29. เมื่อบวกกับสระอีกเกือบสี่สิบตัวแล้ว ทำให้คีย์บอร์ด 1 ปุ่มจึงต้องจุอักษรไว้ถึง 3 ตัว 30. วัยรุ่นเขมรก็กรี๊ดพี่เรน ทงบังชินกิ ซุปเปอร์จูเนียร์ ไม่ต่างจากวัยรุ่นบ้านเรา 31. นครวัดอยู่ในจังหวัดเสียมเรียบ ส่วนเมืองหลวงของเขมรคือกรุงพนมเปญ 32. นายกฯของกัมพูชาคือ ฮุนเซน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ ซัดดัม ฮุดเซน 33. คนเขมรเชื่อว่าสินค้า made in Thailand มีคุณภาพเยี่ยมดีเยี่ยมขั้นเทพ แต่สินค้าเวียดนามนั้นไม่... 34. คนเขมรชอบการพนันมากๆ โดยเฉพาะพนันบอล แต่คนเขมรไม่ชอบเตะบอล 35. วัยรุ่นเขมรก็ไม่เห็นจะนิยมเล่นวินนิ่งแต่อย่างใด 36. ตึกที่สูงที่สุดในพนมเปญตอนนี้คือ โรงแรม Intercontinental (ประมาณ 16 ชั้นถ้าจำไม่ผิด) 37. แต่อาคารที่เป็นโปรเจกต์ล่าสุดซึ่งครองสถิติสูงสุดอันดับ 1 ในขณะนี้คือ 52 ชั้น 38. ภาษาเขมรไม่มีวรรณยุกต์ ดังนั้น ถึงเราจะพูดเสียงเพี้ยนไปบ้าง เขาก็ยังพอเข้าใจ 39. มหาวิทยาลัยบางแห่งในพนมเปญ มีขนาดเท่ากับอาคารพาณิชย์ 2 คูหา 40. local domain ของ google เขมรคือ http://www.google.com.kh 41. ค่าทำพาสปอร์ตเขมร ราคาเล่มละ 190 US$ (6,460 บาท) 42. น้ำจะท่วมพนมเปญทันทีที่ฝนตกติดต่อกันนานเกิน 2 ชั่วโมง 43. ถนนหลายเส้นในพนมเปญถูกถมให้สูงกว่าบ้านเรือนประมาณ 1-2 เมตร 44. คนเขมรมักทำธุรกิจเดียวกันติดกันเป็นดง เช่น ดงขายมือถือ ดงขายมอเตอร์ไซค์ ดงวัสดุก่อสร้าง 45. แม่ค้าในตลาดที่พูดภาษาไทยได้ มักจะฟันเราหัวแบะเสมอ 46. เป็นเรื่องปกติมาก ที่บางวันพนมเปญจะไฟดับครึ่งเมืองนาน 2 ชั่วโมง 47. ค่าใช้ทางด่วนไปสนามบินพนมเปญ ราคา 11 บาท (ผมเชื่อว่ามันคือ 10 บาท + VAT 10%) 48. เพียงแค่ท่านขับรถเข้าไปในสนามบินพนมเปญ ก็ต้องเสียค่าเข้า 25 บาทแล้ว 49. ร้านอาหารไทยที่นี่ มักจะเหมาค่าข้าวสวยเป็นรายหัว หรือบางร้านก็ฟรี 50. เมืองไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ... 7/21/2008 อ่านแล้วคิดตามนะ
7/6/2008 หนอนผีเสื้อ : หนู มิเตอร์
7/2/2008 Biography UdomBiography
อุดม แต้พานิช (โน้ต) เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2511
3/23/2008 มีพ่อจนๆนี่มันน่าอายมากเลยหรือ?ไปเห็นในเว็บบอร์ของโรงเรียนมา เศร้ามากเลยลองอ่านกันดูครับ ขอบคุณ ท่าน rong_nan มากนะครับที่นำมาให้ดูกัน ________________________________________ มีพ่อจนๆนี่มันน่าอายมากเลยหรือ? 3/13/2008 เครื่องบินรบลำใหม่ที่จะมาแทน F-5 ครับ
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด Power by Adirach 2/2/2008 เพลง หลบมาอยู่แค่ ๆ อู๋ พันทางหลบมาอยู่แค่ ๆ อู๋ พันทาง
ใจมันสั่นเมื่อเจอหน้าเธอ ทั้งที่จบกันไปตั้งนาน คืนวันเปลี่ยนก็ยังเหมือนเดิม ใจยังคงรักเธอ เสียงใจมันเผลอคิดถึงเธอ ยังอยากมีเธอ แค่แค่ เห็นแววตาเธอมองจ้องมา คล้ายจะบอกว่าคิดถึงกัน ใจเธอสั่นกระซิบให้ฟัง บอกว่ายังต้องการ ไซ้ทำพันนั้น แกล้งชิงชัง ทรมานทั้งสองใจ หลบมาอยู่แค่ แค่ แลตาดังเคย เคย เลิกทำเมินเฉย แหลงตรงกับใจไม่ซ้อนเร้น หลบมาอยู่แค่ แค่ โยนทิ้งทำง้อ ไม่เป็น เหลียวใจกลับมา รวมสองใจให้ เป็นหนึ่ง เลิกทำเก็บอาการเสียที ทำตามสั่งที่ใจต้องการ ฉันรออยู่รอมาหลายวัน ตั้งแต่เจอหน้ากัน สายตาคู่นั้น ฉันยังจำ จำติดตาติดหัวใจ หลบมาอยู่แค่ แค่ แลตาดังเคย เคย เลิกทำเมินเฉย แหลงตรงกับใจไม่ซ้อนเร้น หลบมาอยู่แค่ แค่ โยนทิ้งทำง้อ ไม่เป็น เหลียวใจกลับมา รวมสองใจให้ เป็นหนึ่ง หลบมาอยู่แค่ แค่ แลตาดังเคย เคย เลิกทำเมินเฉย แหลงตรงกับใจไม่ซ้อนเร้น หลบมาอยู่แค่ แค่ โยนทิ้งทำง้อ ไม่เป็น เหลียวใจกลับมา รวมสองใจให้ เป็นหนึ่ง หลบมาอยู่แค่ แค่ แลตาดังเคย เคย เลิกทำเมินเฉย แหลงตรงกับใจไม่ซ้อนเร้น หลบมาอยู่แค่ แค่ โยนทิ้งทำง้อ ไม่เป็น เหลียวใจกลับมา รวมสองใจให้ เป็นหนึ่ง 11/18/2007 ง่วง...จะแก้ง่วงอย่างไร
11/3/2007 ไม่มีอารายจาทำอ่า
จาอั๊บซาเปด ก็เน็ตช้า
อย่ากได้เน็ตเร็วๆอ่า
ขอร้องนะ
แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ทำไม่ชีวิตตูเปนอย่างนี้อ่า
กำ
... 10/10/2007 S.I.A.M ตัวละครสัญชาติไทย โดยคนไทย
7/29/2007 ขอนไม้กับเรือ - บ่าววีโดดเดี่ยวเดียวดายในท้องเล ลมพัดลมเพลอยมาไกล เป็นแค่ขอนไม้ไม่มีทิศทาง ประคองตัวเองไปเหงาเหงา กลางคืนเหน็บหนาวจนใจจะพัง ไม่เหลือความหวังอะไรเลย วันหนึ่งน้องสาวลอยคอมา มือเจ้าไขว่คว้าขอนไม้เอาไว้ เพียงหวังในใจ พยุงให้รอยอยากส่งให้เธอไปถึงฝั่ง พื้นดินทางนั้นยังรอคอย แรงเหลืออยู่น้อยจะไปอย่างไร * หากมีเรือสักลำ แล่นมา ก็ขอให้เธออย่าช้า ขึ้นเรือนั้นไป ** เปรียบกับพี่เป็นแค่ขอนไม้ ต่อให้รักเจ้ามากพียงไหน ผุพังไป พึ่งพาก็ได้ไม่นาน เปรียบกับพี่เป็นแค่ขอนไม้ เกาะลอยคอให้เพียงข้ามวัน แต่ฝั่งฝัน ขอเพียงให้เรือพาเจ้าไป โดดเดี่ยวเดียวดายในท้องเล ลมพัดลมเพไปตามกระแส ขอนไม้อ่อนแอจะไปไหนไกล พี่อยากให้จมไปด้วยกัน ไม่ยอมให้ฝันเจ้าต้องสลาย เมื่อพี่จมหายให้เจ้ายังมีหวัง ซ้ำ ( * ** ** ) |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|