UDD ไอบ้าแมน 的个人资料Adirach's Space照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
Adirach's Spaceเรารักษ์ลูกทุ่ง |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
เข้ามาแล้วก็ขอให้จารึกเอาไว้เป็นที่ระลึกนะครับ ดีคร้า
7 月 17 日
..สีเหมือนของผมเลยคร้าบ ชอบ ๆ ๆ สีเขียว..ผมอ้นเน้อ..
6 月 28 日
อนุบาลkovit发表:
หน้าจอสบายตา น่าอ่านมาก
4 月 25 日
ZeRo发表:
^o^ 555666
3 月 31 日
.....Whitechocolate.....
发表:
^o^
3 月 31 日
|
เว็บเสื้อแดงเวลาสำคัญๆ มักจะถูกบล็อก จาก ICT ไม่รู้ทำไม
2009/7/17 ถามตอบยอดฮิต เกี่ยวกับหวัด 2009 ถามตอบยอดฮิต เกี่ยวกับหวัด
2009 1. โรคนี้ไม่รุนแรง ไม่น่ากลัว อย่าสะดิ้งไปนะตะเอง???? Answer : มะเหงกแน่ะ ความจริงคือ 1. ไข้หวัด 2009 ดูเหมือนไม่รุนแรง อัตราตายต่ำ แต่แพร่ระบาดง่ายและรวดเร็ว ( การแพร่กระจายสูง) 2. ความน่ากลัวของหวัด 2009 คือการกลายพันธุ์ต่างหาก และการกลายพันธุ์จะเกิดง่ายที่สุด เมื่อคน 1 คน หรือสัตว์ 1 ตัว ทะลึ่งติดหวัด 2 ชนิดพร้อมกัน (เช่นหวัด 2009 + หวัด ธรรมดา พร้อมกัน หรือ หวัด 2009 + หวัดนก พร้อมกัน) ขณะนี้"หวัดนกซึ่งรุนแรงและมีอัตราตายสูงมากกก ยังไม่ได้หายไป" และแนวโน้มของหวัดนก จะ"ระบาดซ้ำอีก ทุกๆปลายปี" แม้ว่าหวัด 2009 มันไม่รุนแรง แต่ถ้าปล่อยให้แพร่แบบนี้ "อีกไม่นานมันอาจผสมกัน" .........เอาความสามารถในการแพร่กระจายของหวัด 2009 บวกกับความรุนแรงของหวัดนก เมื่อนั้นก็หายนะ !!!!! และนั่นคือสาเหตุ ที่อยากให้คนไทยทุกคนดูแลสุขภาพให้ดี อย่าให้เป็นหวัด อย่าให้โรคนี้แพร่กระจายไปกว่านี้ ถ้าเป็นหวัดแล้ว แยกตัวจากคนอื่นทันที อย่าแรดเดินตลาด อย่าแรดไปห้างหรือที่ชุมชน และ ใส่หน้ากากทันทีอย่าให้แพร่เชื้อสู่คนและสัตว์รอบข้าง ถึงแม้จะอยู่บ้านที่มีสมาชิกแค่ 2 คนก็ตาม 2. ถ้าเป็นขึ้นมา ไปหาหมอเดี๋ยวก็หาย??? Answer : แม่เจ้า พศ.นี้ยังเข้าใจกันแบบนี้อีกเหรอนี่?? คุณรู้มั้ยว่า เวลาคุณไปหาหมอเพราะเป็นหวัด หมอจะจ่ายยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ให้คุณ แต่ไม่มียาฆ่าเชื้อหวัด!!! นอกจากคุณติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม เช่น ทอนซิลอักเสบ คออักเสบ หมอจึงจะจ่ายยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ติดซ้ำเติมให้ แต่ก็ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสหวัดให้อยู่ดี!! เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะยาฆ่าไวรัส มันแพงมาก และไม่คุ้มที่จะแจกจ่ายพร่ำเพรื่อ เพราะจะทำให้ไวรัสยิ่งกลายพันธุ์ดื้อยาขึ้นไปอีก 99.99% ของคลินิก และ โรงพยาบาลขนาดเล็ก จึงไม่มียารักษาการติดเชื้อไวรัสหวัด ไว้ในสต็อกยาเลยครับ สิ่งที่ดีที่สุดในการรักษาไข้หวัด คือการกินยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ตามอาการ แล้วนอนพักผ่อนมากๆ พยายามอย่าไปแพร่เชื้อใส่ใคร เดี๋ยวก็หายครับ ส่วน Tamiflu น่ะ อย่าไปหวังอะไรกับมันมากเลยครับ เพราะ - ตอนนี้ยาขาดตลาดสุดๆ รพ. หลายแห่ง หายานี้มา Stock ไว้ไม่ได้ - ยานี้จะออกฤทธิ์ได้ดี เมื่อคนไข้ถูกตรวจพบเจอก่อนเกิดอาการ แล้วคนไข้คนไหนจะกระแดะเดินไปหาหมอตอนไม่มีอาการล่ะครับ ( ถึงกระแดะไปหา หมอก็ไม่กระแดตรวจ Swab ให้หรอก หรือ ถึงหมอกระแดะตรวจให้ คุณจะกระแดะจ่ายค่าตรวจราคา4000+ บาท มั้ยล่ะครับ?) - ตอนนี้เริ่มมีรายงาน เชื้อดื้อยา Tamiflu แล้วครับ (บอกแล้ว ว่าไวรัสมันกลายพันธุ์ เร็วค่อดๆ) 3. ฉีดวัคซีนป้องกันได้??? Answer : วัคซีนที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้คือวัคซีน ป้องกัน ไข้หวัดใหญ่สเปนครับ เป็น H1N1 เหมือนกัน แต่เป็นเชื้อคนละตัว ( เหมือนตระกูลงวงคำเหมา เหมือนกัน แต่ หม่ำกับ ตุ๊กกี้เป็นคนละคนกัน มีสิ่งที่ชอบที่กลัวไม่เหมือนกัน) พูดง่ายๆ คือ ในทางทฤษฎี วัคซีนนี้ ไม่น่าจะป้องกันหวัด 2009 ได้เลย แต่ให้ฉีดไว้ก่อนเพราะ - ตอนแรกนักวิทย์คำนวณไว้อยู่แล้วว่า ปีนี้ ไข้หวัดสเปนต้องระบาด (ใครจะนึกว่ามันทะลึ่งกลายพันธุ์เป็น 2009 ) อย่างน้อยการฉีดนี้เป็นการตัดไข้หวัดสเปนออกไปก่อน พูดง่ายๆ คือ ถ้าใครเดินมา รพ. เราจะได้สงสัยไปเลยว่าเป็น หวัด 2009 ไม่ใช่หวัดสเปน จะได้ง่ายต่อการควบคุมรักษา - ถ้าเกิดไข้หวัดสเปน เกิดบ้าจี้ ระบาดขึ้นมาพร้อมกันตอนนี้ อัตราตายมันสูงกว่า หวัด 2009 มากนะครับ - แม้ทางทฤษฎี วัคซีนนี้จะกัน 2009 ไม่ได้เลย แต่ไหนๆมันก็เชื้อตระกูลเดียวกัน และเป็นเชื้อใหม่ด้วย ใครจะไปรู้ว่ามันอาจป้องกันหวัด 2009 ได้ซัก 1% ก็ได้ มีตังค์ก็ฉีดๆ ไปเหอะ Better Than Nothing แต่ต้องรู้นะ ว่า การฉีดวัคซีนนี้ ไม่ได้แปลว่า คุณไม่ต้องกลัวแล้ว ไม่ได้แปลว่าคุณมีภูมิคุ้มกันต่อหวัด 2009 แล้ว มันแค่ลดความเสี่ยงไปซักถึง 1% รึเปล่ายังไม่รู้เลย?? ![]() 4. แล้วอะไร คือสิ่งที่ควรทำตอนนี้??? Answer : 4.1 ระดับส่วนตัวและครอบครัว ในภาวะปกติ ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ทุกแหล่งชุมชนคือจุดเสี่ยงในการแพร่ระบาด โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นห้องแอร์ระบบปิด เช่นในห้างสรรพสินค้า โรงหนัง บนรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ถ้าจะเดินเข้าแหล่งชุมชนเหล่านี้ ควรใส่หน้ากากป้องกันตัวเองได้แล้วครับ!!!!! ถ้าคุณมีอาการของโรคหวัด แค่ ไอ จามเล็กๆน้อยๆ ควรแยกตัวจากครอบครัวและสังคมเท่าที่ทำได้ เช่นแยกห้องนอนจากคนอื่น ถ้าต้องอยู่ร่วมกันก็ใส่หน้ากากตลอดเวลา (หาซื้อไม่ได้ ก็เอาผ้าเช็ดหน้ามาผูกไว้ก็ยังดีกว่าหายใจรดกันตรงๆ) ปิดปากปิดจมูกเสมอ อย่าหายใจรดใคร อย่าไอจามใส่ที่สาธารณะ เลิกถ่มน้ำลายลงพื้นได้แล้ว ล้างมือให้บ่อยที่สุด การเอามือไปป้ายโน่นป้ายนี่ เป็นช่องทางการแพร่เชื้อที่ดีเยี่ยม ตอนเช้าตื่นนอน กรุณา เปิดหน้าต่างกว้างๆ เปิดพัดลมไล่อากาศออกซักนิด ก่อนจะให้ใครคนอื่นเดินเข้ามาในห้องเรา เสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ปลอกหมอน หมั่นซักบ่อยๆ ( ไม่รู้มีคราบเสมหะ ตอนเราไอจามติดอยู่รึเปล่า ) ล้างมือให้บ่อยที่สุด แต่ไม่ต้องถึงกับแยกห้องน้ำหรอกนะ แค่เอาแปรงสีฟันเราออกมาเก็บเอง อย่าใส่ถ้วยเดียวกะคนอื่นก็พอ ![]() อาการอย่างไรจึงควรไปตรวจที่รพ.? 1. มีไข้ 38 ํC ขึ้นไปร่วมกับ 2. อาการอย่างใดอย่างหนึ่งได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ, ไอ, หายใจผิด ปกติ (หอบ, ลำบาก), หรือแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นปอดบวม ร่วมกับ มีผู้สัมผัสร่วมบ้านหรือในที่ทำงานป่วยสงสัยไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบ ภายใน 1 สัปดาห์ก่อนวันเริ่มป่วย ถ้าอาการแค่เป็นหวัดเจ็บคอธรรมดา ไข้ไม่สูง ไม่นอนซม ไม่ต้องสะดิ้งวิ่งไปรับเชื้อที่รพ.นะครับ อย่าลืมว่าตอนนี้ รพ.นั่นแหละ เป็นแหล่งแพร่เชื้อที่ดีที่สุด................. 4.2 ระดับนโยบายของรัฐ และ สื่อมวลชน มาดูกันนิดนึง ว่าทำไมประเทศเราถึงควบคุมการระบาดไม่ได้เลย ขณะที่ประเทศต้นตำรับการระบาดอย่าง Mexico ซึ่งไม่ได้เจริญกว่าบ้านเราเลย เขาถึงควบคุมการระบาดระลอกแรกได้.... จำข่าวได้มั้ยครับ ว่าตอนแรกที่ Mexico เขาระบาดเขาทำอะไรบ้าง ?? ปิดเลยครับ !!! เขากล้าพอที่จะปิด โรงเรียนทุกแห่ง โรงหนังทุกแห่ง ห้างสรรพสินค้าทุกแห่ง ทั่วประเทศ พร้อมกัน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้ง พ่นยาฆ่าเชื้อ ตามโรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ใหญ่ๆด้วย นั่นคือสาเหตุที่เขาควบคุมการระบาดระลอกแรกได้ทันทีในสัปดาห์ต่อมา.... แล้วพี่ไทยล่ะทำอะไรบ้าง ?? นอกจากออกข่าว ว่า ไม่มีอะไร้ ไม่น่ากลัว แต่คนติดเชื้อเพิ่มเป็นหลักร้อย หลักพันทุกวัน??? มัวแต่กลัวว่าเศรษฐกิจจะทรุด การท่องเที่ยวจะกระทบ ... คิดกันบ้างมั้ยว่า ถ้าคนไทย ตัยหอง กันหมด จะมีเศรษฐกิจดีๆไว้ทำอารายจ๊ะ?? เศรษฐกิจ คือ สิ่งที่เราสร้างได้แน่นอน ถ้าคนไทยยังมีลมหายใจอยู่คับ (ว้อยยยยยย ) และคุณสื่อมวลชนครับ ... ผมว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกคุณจะต้องพูดความจริง..... ถ้าจำไม่ได้ว่าผมพล่ามอะไร ให้ พูดดังนี้นะครับ 1. โรคนี้ อันตรายครับ .... และยังกลายพันธุ์ให้อันตรายกว่านี้ได้อีกในปลายปีนี้ครับ 2. โรคนี้ หวังพึ่งยารักษา ไม่ได้ครับ และตอนนี้เริ่มดื้อยาแล้วด้วยครับ 3. โรคนี้ต้องป้องกันอย่างเดียวครับ 4. จะควบคุมการระบาดได้ ต้องพร้อมใจกัน ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ พร้อมกันทั้งสังคมครับ 5. จะควบคุมการระบาดได้ ปิดโรงเรียน โรงหนัง ศูนย์การค้าใหญ่ๆ ได้แล้วครับ ขอแค่ 3 วันก็ยังดีครับ!!!!! ดูแลตัวเองกันดีๆนะครับผม...อ๋อ เป็นห่วงเน้อ ^^ **ได้จากอีเมล์นี้นะ rampa_ch@hotmail.com ** 2009/3/7 อนาคตการบินของไทย .. หรือจะงงชีวิตกันต่อไป?
สวัสดีครับ วันนี้จะมาในแนวดุเดือดหน่อยนะครับผม ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมเศร้าใจกับประเทศนี้หลังจากกลับมาจากงานสิงคโปร์แอร์โชว์ อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมรักเมืองไทยจะตาย ........... แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ รักมากก็โกรธมาก ใน อีกไม่กี่ปีข้างหน้า สิงคโปร์จะไม่เป็นเพียงศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคเท่านั้น แต่สิงคโปร์กำลังจะเป็นศูนย์กลางทางการเดินทางท่องเที่ยวอากาศในภูมิภาค โอ้โห ...... ในขณะที่เมืองไทยยังเถียงกันไม่จบเรื่องจะเอายังไงกับดอนเมือง สิงคโปร์กำลังจะสร้าง "ท่าอวกาศยาน" แล้วครับ อีก เรื่องหนึ่ง ตอนเครื่องบินที่ผมนั่งร่อนลงที่สนามบินชางอี ผมได้มีโอกาสชม Terminal 3 ใหม่เอี่ยมล่าสุดของสนามบินชางอี ซึ่งจะทำให้สนามบินนี้รองรับผู้โดยสารได้เกือบ 80 ล้านคนต่อปี โอ้โห ....... ในขณะที่เมืองไทยยังเถียงกันว่ารันเวย์ร้าวหรือไม่ หรือสุวรรณภูมิเฟส 2 จะสร้างหรือไม่ สิงคโปร์ยึดตำแหน่งศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคไปเรียบร้อยแล้วครับ นี่ยังไม่นับการเป็นฮับทางด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานนะครับ สิงคโปร์ครองส่วนแบ่งในตลาดด้านนี้ถึง 25% ของภูมิภาค กลับมาถามตัวเองได้หรือยังครับว่า "เราทำอะไรกันอยู่?" ... ... ... อ๋อ ผมตอบได้แล้วครับ "เรามัวแต่กัดกัน" ขออนุญาตใช้คำว่ากัดกันครับ เพราะการทะเลาะกันก็ยังมีประโยชน์ถ้าทะเลาะให้ถูกวิธี แต่นี่มัน ....... ผมพูดได้เลยว่า นโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการบินของชาติ "ล้มเหลว ไร้ทิศทาง ไม่มีวิสัยทัศน์ และล้าหลังคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง" คิดดูสิครับ เรายังเอาแน่เอานอนกับดอนเมืองไม่ได้เลย ตอนแรกบอกจะปิดแล้วทำเป็นศูนย์ซ่อม ตอนหลังบอกจะเปิดให้ Low Cost มาลง ตอนหลังจะเปิดเป็นสนาบินในประเทศ ล่าสุดอยากจะเป็นสนามบินนานาชาติ ตลกครับ ......... ตลกจริง ๆ ในเวลาเพียง 3 - 4 ปี เราเปลี่ยนยุทธศาสตร์กันไม่รู้กี่ครั้ง ฝรั่งงงกันหมด ไม่รู้ว่ารัฐบาลไทยจะเอาอย่างไรกันแน่ แล้วใครที่ไหนจะเอาเครื่องบินมาลงครับ? นี่ยังดีที่เมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวนะครับ คนจึงยังใช้บริการมาก แต่ไทยไม่ใช่ศูนย์กลางทางการบินครับ ลองดูจากปริมาณการเปลี่ยนเที่ยวบินและการขนส่งสินค้าเมื่อเทียบกับสิงคโปร์สิครับ เราตามหลังหลายช่วงตัว ... ... ... ทำไมสิงคโปร์ถึงทำได้? คำตอบง่ายมากครับ "ชาวสิงคโปร์พร้อมใจกันทำเพื่อชาติในทิศทางเดียวกัน" ยุทธศาสตร์ถูกวางล่วงหน้าเป็นสิบปี ทุกอย่างมีการเตรียมแผนการอย่างรัดกุม รัฐบาลให้การสนับสนุนเต็มที่ ที่สำคัญคือนโยบายนิ่งสนิท ชางอีเป็นหนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุดในโลก ผมเห็นตู้โชว์รางวัล "บางส่วน" ที่เขานำมาโชว์แล้ว แต่ละรางวัล เป็นรางวัลยอดเยี่ยมที่สุดของโลกจากสถาบันที่น่าเชื่อถือทั้งสิ้น ซึ่งจากประสบการณ์ของผมที่เคยใช้ชางอีมา ผมก็ไม่แปลกใจ ในอีกส่วนหนึ่งของสนามบินชางอีเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานครบวงจร ไล่ตั้งแต่การผลิต การพัฒนา การซ่อมบำรุง การปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพ สิงคโปร์กำลังมีนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานในอีกสนามบินหนึ่งซึ่งจะเป็นอุตสาหกรรมไฮเทคที่บริษัทด้านการบินชั้นนำจากทุกสายงานมาลงทุน บริษัทท้องถิ่นของสิงคโปร์มีการพัฒนาและวิจัยอยู่ตลอดเวลา มีลูกค้าอยู่ทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ล้วนแต่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก อย่าแปลกใจ ถ้าสิงคโปร์จะเป็นผู้นำทางการบินของโลก ... ... ... กลับมาที่พี่ไทยครับ เปิดสุวรรณภูมิมาปุ๊บ มีปัญหามากมายหลายประการ ซึ่งอันที่จริงเป็นเรื่องปกติของการเปิดสนามบินใหม่ (ดูการเปิด Terminal 5 ของสนามบินฮีตโทรว์เป็นตัวอย่างครับ) แทนที่ผู้รับผิดชอบจะตั้งใจแก้ปัญหา กลับตั้งใจแก้แค้น ล้างบางฝ่ายตรงข้าม ถึงขั้นบอกว่าจะต้องปิดสุวรรณภูมิ 1 ปี!!!! นี่ไงครับที่ผมบอกว่าผู้รับผิดชอบไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ รวมถึงไม่เป็นมืออาชีพและไร้ความสามารถ ยุทธศาสตร์ ที่เคยวางมาเปลี่ยนไปหมด การลงทุนในสุวรรณภูมิหยุดชะงัก แต่กลับดันทุรังไปเปิดดอนเมืองใหม่อีกครั้ง เพียงแค่เหตุผลว่าไม่ต้องการให้บริษัทขาดทุน อ๋อ เดี๋ยวนี้เขาห่วงผู้ถือหุ้นมากกว่าประเทศชาติแล้วแฮะ ปัดโธ่ ทำไมผมถึงพูดมาเสมอว่าการเปิดดอนเมืองคือการตัดสินใจที่ผิดพลาด? มันเป็นประเด็นด้านด้านการขนส่งล้วน ๆ ครับ ใช่แล้วครับ มีสองสามสนามบิน ที่ไหน ๆ ก็มีกัน ญี่ปุ่นมี คันไซ-นาริตะ, เบอร์ลินมี 3 สนามบิน เบอร์ลินเชอร์โฮฟิล-เทงเกล-เทมเฟิลฮอฟ (สองอันหลังกำลังจะปิด) , ลอนดอนยิ่งไม่ต้องพูดถึงครับ มี 5 สนามบิน ฮีตโทรว์-แก๊ตวิช-สแตนเซ็ต-ซิตี้-ลูตัน ในยุโรปแทบทุกเมือง มีหลายสนามบินทั้งนั้น โรม, ปารีส ฯลฯ มีใช้ทั้ง international airport กับ continental airport ซึ่งรองรับสายการบินในยุโรปด้วยกัน ไม่ใช่ประเด็นด้านการจัดการด้วยครับ เขาจัดการกันได้ แล้วความจริงเมืองไทยก็จัดการกันได้ไม่มีปัญหาแน่นอน ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ใน ลอนดอน มี 5 สนามบิน แต่เขามีฮัตโทรว์ เอ๊กเพรส, แก๊ตวิช เอ๊กเพรส อะไรก็แล้วแต่ ถึงแม้มันจะไม่ได้เชื่อมสองสนามบินเข้าด้วยกัน แต่มันก็ยิงตรงเข้าฮับกลางเมือง ผู้โดยสารก็โดดขึ้นอีกสายต่อไปได้เลย แล้วเมืองไทยล่ะครับ ตอนนี้ มีแต่ ขสมก. เอ๊กเพรส ......... ผู้โดยสารที่จะต้องมาต่อเครื่องที่ดอนเมืองต้องนั่งรถฝ่าการจราจรอันติดขัด (ที่เพื่อนชาวญี่ปุ่นของผมบอกว่าติดกว่าโตเกียวอีก) เสียเวลามากมาย กว่าจะไปถึงดอนเมือง ซึ่งระบบการเชื่อมต่อระหว่างสนามบินที่มีประสิทธิภาพคือระบบราง แต่ระบบรางตอนนี้มีเพียงแอร์พอร์ตลิงค์ที่มาถึงมักกะสันกับเชื่อมต่อกับ BTS เท่านั้น ยังไม่มีแววว่าจะมาถึงดอนเมือง จะให้ผู้โดยสารลงจากแอร์พอร์ตลิงค์มาต่อรถไฟฟ้าสีแดงก็ไม่ถูกต้อง เพราะความรวดเร็วและสะดวกสบายจะหายไป ผู้โดยสารต้องหอบกระเป๋าใบโต ๆ ลงจากแอร์พอร์ตลิงค์เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าสายสีแดงร่วมกับคนที่ไป-กลับบ้าน ไม่สะดวกอย่างสิ้นเชิง มันยิ่งไปกันใหญ่เมื่อมีการเสนอให้ดอนเมืองรับเที่ยวบินจากต่างประเทศอีกครั้ง คราวนี้งงสนิทเลยล่ะครับ ... ... ... มันอะไรกันหนักหนา? ผมถามจริง ๆ ครับว่ามันอะไรกันหนักหนา? เลิกพูดเถอะครับว่าประเทศไทยได้เปรียบทางภูมิประเทศ ค่าใช้จ่ายในการลงจอดถูก ฯลฯ ความได้เปรียบพวกนี้ สิงคโปร์ไม่ยักกะมี แต่ทำไมเขาทำได้? ก็ เพราะเขาไม่ได้ขยันหาจุดเด่นมาสปอยตัวเองแล้วไม่คิดจะทำอะไร แต่เขาหาจุดที่เขาคิดว่าเขาสามารถนำมาทำให้เกิดประโยชน์ได้ และทำจริงจัง แต่บ้านเรา เอาแต่พูด ๆ ๆ ๆ ๆ นอกจากนั้นก็เอาแต่ทะเลาะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ หรือไม่ก็เปลี่ยนนโยบายทุก 3 เดือน โอ่ย จะเป็นลม ......... อ้อ อีกอย่างนะครับ กรุณาอย่าพูดว่า "แหมคุณ skyman พล่ามมาขนาดนี้ ทำไมไม่ไปเป็นรมต.คมนาคมซะเองเลยล่ะ?" ขอบอกว่า "ไม่จำเป็น" และ "ไม่ใช่หน้าที่ของผมครับ" ผม เสียภาษี คุณเสียภาษี เราทุกคนเสียภาษี เงินภาษีนอกจากจะนำไปพัฒนาประเทศแล้ว ยังกลายเป็นเงินเดือนของท่าน ๆ ทั้งหลายที่กำลังทำงานอยู่ในตอนนั้นและตอนนี้ พูดให้ง่ายเข้าคือ ประชาชนจ่ายเงินจ้างคุณมาทำงานให้เรา ............. หรือถ้าพูดตรง ๆ ประชาชนคือนายจ้าง คุณคือลูกจ้าง มีที่ไหนครับ ถ้าลูกจ้างทำงานไม่ดี แต่กลับมาบอกว่ามาบอกให้นายจ้างไปทำงานแทนสิ แล้วผมจะจ้างคุณมาทำอะไรมิทราบครับ? เจออย่างงี้ถ้าผมเป็นนายจ้าง ผมไล่ออกสถานเดียว ... ... ... ดอนเมืองมีศักยภาพสูงมากที่สุดในอาเซียน (ผมกล้าพูดได้เลยว่าสูงที่สุดในอาเซียน) ในการที่จะเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงในภูมิภาค ศูนย์ซ่อมของชางอีรับเครื่องบินได้ในขนาดกลางเท่านั้น แต่ ดอนเมือง รับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้สบาย ๆ มีที่ว่างและอาคารพร้อมสรรพ มีพื้นที่สำหรับเป็นโรงงานซ่อมบำรุงไปจนถึงห้องวิจัยทางวิศวกรรมอากาศยาน อย่างครบครัน โดยเฉพาะ Termnial ของดอนเมืองที่สามารถจะทำได้แม้แต่เปลี่ยนไปเป็นศูนย์การจัดงานแสดงนิทรรศการหรือจัดแอร์โชว์ กิจกรรมพวกนี้สามารถสร้างเงินให้ประเทศเป็นหมื่น ๆ ล้าน สร้างงานให้คนไทยเป็นหมื่น ๆ ตำแหน่ง แต่ผู้รับผิดชอบกลับเห็นแก่เงินแค่ไม่กี่ร้อยล้านเปิดเป็นสนามบินพาณิชย์อีกครั้ง ถ้า ดอนเมืองเป็นศูนย์ซ่อมครบวงจร ทั้งสายการบินของไทยและเครื่องบินของรัฐบาลไทยก็ไม่ต้องส่งไปซ่อมต่างประเทศ ในทางกลับกันเราสามารถรับงานซ่อมจากต่างประเทศได้อีกด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ซ่อมฟรี ๆ เขาก็ต้องจ่ายค่าจ้างให้เรา สุวรรณภูมิจำเป็นอย่างที่สุดที่จะต้องลงทุนต่อไป การที่ผู้ใช้บริการกำลังใกล้เต็มความจุไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาเปิดดอนเมืองอีกครั้ง ...... ถ้าอ้างอย่างนั้นแปลว่าทำงานไม่เป็น ........ การบริหารจัดการที่ดีจะสามารถทำให้ความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคนในปัจจุบันของสุวรรณภูมิยังคงไม่มีปัญหามากนัก เพื่อรอการลงทุนเฟสสอง สุวรรณภูมิ มีศักยภาพสูงมากในแง่พื้นที่ สามารถขยายออกไปได้อีกมาก ในขณะที่ดอนเมืองทำไม่ได้แล้ว การลงทุนที่ถูกต้องจะทำให้สุวสรณภูมิเป็นสนามบินที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพ เมื่อทุกอย่างลงตัว สุวรรณภูมิใจะเป็นอันดับ 1 ของโลกได้ไม่ยากเลย ..... ขึ้นอยู่กับว่าผู้มีอำนาจจะอยากให้เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า? ผมยังอยากเห็นเราเป็นศูนย์กลางทางการบินจริง ๆ ไม่ใช่ฝันกลางวันอยู่นะครับ จากเว็บของพี่ skyman - analayo http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=05-04-2008&group=9&gblog=11 |
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|